Home / Airconditioner / ความเป็นมาของระบบ เครื่องปรับอากาศ

ความเป็นมาของระบบ เครื่องปรับอากาศ

ความเป็นมาของเครื่องปรับอากาศ

ในปี 1902 หนึ่งปีหลังจาก Willis Haviland Carrierสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโททางวิศวกรรมจาก Cornell เครื่องทำความเย็นเครื่องแรกของโลกก็ถือกำเนิดขึ้นโดยสามารถปรับอุณหภูมิ และความ ชื้นให้แก่โรงพิมพ์ใน Brooklyn เขาได้กลายเป็นบิดาแห่งเครื่องปรับอากาศในเวลาต่อมาCarrier ได้ฉุกคิดถึงระบบปรับอากาศโดยบังเอิญ ขณะที่เขากำลังรถไฟ คืนที่มีหมอกมากๆทำให้เขา นึกถึงปัญหาของความสัมพันธ์ระหว่างความชื้นและอุณหภูมิในอากาศขณะที่รถไฟมาถึงเขาก็เข้าใจ ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิ ความชื้นและจุดควบแน่น (Dew Point) เครื่องปรับอากาศ ได้ถูกใช้ในอาคารประเภทโรงงานที่ต้องการการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นเช่น โรงงานยา สูบ ฟิล์ม เนื้อสัตว์โรงงานทอผ้า และอื่นๆ ระบบทำความเย็นสำหรับผู้คน แทนที่จะเป็นสินค้าเริ่มขึ้นเมื่อปี 1924 เมื่อเครื่องปรับอากาศถูกติดตั้งที่ห้าง สรรพสินค้า J.L. Hudson ที่ Detroit ในช่วงปี 1920s ระบบทำความ เย็นได้ถูกติดตั้งตามอาคารประเภทต่างๆ เช่น โรง ละคร โรงแรม และห้างสรรพสินค้าแต่ในอาคารสำนักงานยังไม่เป็นที่นิยมนัก ช่วงกลางทศวรรษซึ่งเป็น ช่วงที่วงการ ก่อสร้างในอเมริกามีความตื่นตัว อย่างมาก อาคารสำนักงานมีการแข่งขันกันมากขึ้น แต่ยังคงเน้นที่รูปลักษณ์ความยิ่งใหญ่อาคารสูง อย่างเช่น Woolworth Building และ Chrysler Building ยังคงเป็นอาคารที่พึ่งพาแสงและการระบายอากาศแบบธรรมชาติอยู่ การออกแบบอาคารสำนักงานในสมัยนั้นจะต้องคำนึงถึงการรับแสงจากธรรมชาติเป็นหลัก การพัฒนาประสิทธิภาพของอาคารในแง่ ของความสบายในการใช้งาน ได้รับความสนใจมากขึ้นจากการออกแบบที่พึ่งพา ธรรมชาติมาเป็นแบบที่ผนวกเอาเครื่องจักรเข้ามาช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพ อาคารสำนักงานที่ปรับอากาศ

 ทั้งหลังเกิดขึ้น ครั้งแรกที่เมือง San Antonio มลรัฐ Texas ในปี 1929 อาคาร Milam ถูกโฆษณาว่าเป็นอาคารหลังแรกของอเมริกาที่สา มารถสร้างอากาศที่สบายสำหรับผู้ใช้งานได้ตลอดทั้งปี ระบบทำความเย็นได้รับความสนใจอย่างสูง Condenser ซึ่งใช้ น้ำจากแม่น้ำมาทำน้ำเย็น น้ำเย็นจะถูกเก็บไว้ในถังขนาดใหญ่ ก่อนที่จะถูกส่งไปไปเป่าให้พื้นที่ในอาคาร ผ่านทางท่อส่งเหนือทางเดิน อากาศจะ ถูกหมุนเวียนกลับโดยพัดลมผ่านท่อตามทางเดิน

อาคารห้างสรรพสินค้า J.L. Hudson ที่ Detroit

ในปี 1928 Carrier ได้พัฒนาเครื่องปรับอากาศสำหรับใช้ในบ้านเรือนที่เรียกว่า Weathermaker แต่สงครามโลก ครั้งที่ 2 ทำให้ความสนใจในระบบปรับอากาศนี้ชงักอยู่ระยะหนึ่งก่อนที่จะกลับมาสู่วงจรแห่งการพัฒนา หลังจากนั้น อาคาร PSFS สูง 32 ชั้นที่ Philadelphia ในปี 1932 ได้ออกแบบให้มีห้องเครื่องที่ชั้น 21 ชั้นดาดฟ้าและชั้นใต้ดิน เพื่อเป็นการลดพื้นที่ที่ต้องใช้สำหรับช่องท่อ ทำให้เหลือพื้นที่สำหรับใช้งานมากขึ้น การออกแบบทางสถาปัตยกรรม ได้พึ่งพาความได้เปรียบในการสร้างอากาศโดยเครื่องจักรจนทำให้การออกแบบรูปทรงอาคารไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับการระบายอากาศโดยธรรมชาติหรือแสงธรรมชาติอีกต่อไป