/ / ท่อน้ำยาแอร์ยาว มีผลเสียอย่างไร?

ท่อน้ำยาแอร์ยาว มีผลเสียอย่างไร?

ท่อน้ำยาแอร์ยาว

ท่อน้ำยาแอร์ยาว มีผลเสียอย่างไร เรามาดูกัน
สำหรับช่างที่เดิน ท่อน้ำยาแอร์ยาว จะมีผลเสียอย่างไรบ้าง ?
ความยาวของท่อควรจะทำให้สั้นที่สุดที่จะสั้นได้
ตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต โดยทั่วไปไม่ควรจะเกิน 15-20 เมตร
เพราะการเดินท่อน้ำยายาวเกินไปทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของแอร์ลดลง
เนื่องจากคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้น และความต้านทานในท่อเพิ่มขึ้น
เกิดการสูญเสียพลังงานระหว่างทางมากกว่าปกติโดยทั่วไปเพราะระยะห่าง
ระหว่างคอยส์เย็นกับคอยส์ร้อน อยู่ใกลกันจะทำให้แอร์ไม่สามารถทำความเย็นได้เท่าที่ควร
และกินกระแสไฟมากขึ้นด้วย ความยาวที่เหมาะสมกับท่อน้ำยาแอร์นั้น
โดยทั้วไประยะห่าง 15-20เมตร ในแนวนอน ไม่เกิน5เมตร
ในแนวดิ่งและไม่สั้นกว่า1เมตร เพราะน้ำยาแอร์จะไหลเวียไม่เต็มที่
แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องเดินท่อยาว ควรปรึกษาช่างที่มีประสบการณ์

คำนวณบีทียูแอร์ เรามักได้ยินและคุ้นเคยกับคำว่า บีทียู อยู่เสมอสำหรับคนที่ ต้องการติดตั้งแอร์ อีกทั้งมักมีการพูดอยู่บ่อย ๆ ว่าเวลาจะเลือก ติดตั้งแอร์ ต้องเลือก บีทียู ให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ด้วยจะได้ไม่ต้องเปลืองไฟ จนเกิดเป็นคำถามขึ้นมาว่า บีทียู มันคืออะไรกันแน่ แล้วเราจะมีวิธีในการ คำนวณบีทียูแอร์ อย่างไรเพื่อให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ที่ต้องการ ติดตั้งแอร์ ลองมาดูวิธีคำนวณไปพร้อมกัน ที่สำคัญอย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆ รู้ด้วย

ความหมายของ บีทียู – หรือ British Thermal Unit (BTU) เป็นหน่วย ประเภท หนึ่งสำหรับการใช้วัดปริมาณความร้อน ส่วนใหญ่ แล้วมักนำมาใช้กับ ระบบของแอร์ หากเทียบกับหน่วยสากลแล้วมันก็คือ จูล หรือแคลอรี นั่นเอง สำหรับ ความร้อนระดับ 1 BTU หมายถึง ระดับความร้อนที่ส่งผลให้น้ำระดับ 1 ปอนด์ จะมีอุณหภูมิลดลงหรือเพิ่มขึ้น 1 องศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งเมื่อมีการนำมาใช้กับแอร์หมายถึงระบบของ แอร์ จะทำการดึงเอาความร้อนหรือ วัดระดับของความเย็น ในพื้นที่ที่ติดตั้งออกไปเพื่อให้อากาศ ถ่ายเท ได้คงที่มากที่สุดนั่นเอง

สูตร คำนวณบีทียูแอร์ คำถามที่หลายคนตั้งข้อสงสัยคือแล้ว ขนาดห้องของเรา ควรต้องใช้แอร์จำนวนกี่บีทียู เรื่องนี้จริง ๆ แล้วมันมีหลาย ปัจจัย เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่จะขอ อธิบายสูตรการ คำนวณบีทียู ให้เข้าใจกันก่อนเผื่อว่าต้องการจะนำไป คำนวณ เพื่อวัดหาค่าสำหรับ ติดตั้งแอร์ สูตรนี้เข้าใจไม่ยาก

สูตรคำนวณบีทียู แอร์ คำถามที่หลายคนตั้งข้อสงสัยคือแล้ว ขนาดห้องของเรา ควรต้องใช้แอร์จำนวนกี่บีทียู เรื่องนี้จริง ๆ แล้วมันมีหลาย ปัจจัย เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่จะขอ อธิบายสูตรการ คำนวณบีทียู ให้เข้าใจกันก่อนเผื่อว่าต้องการจะนำไป คำนวณ เพื่อวัดหาค่าสำหรับ ติดตั้งแอร์ สูตรนี้เข้าใจไม่ยาก

ค่า BTU = พื้นที่ของห้อง (ขนาดกว้าง x ยาว) x ระดับความแตกต่าง

สูตรนี้มีคำอธิบายเพิ่มเติมคือ พื้นที่กว้าง x ยาว ของห้องจะใช้หน่วยเป็นเมตร เมื่อ x กันออกมาก็จะได้เป็นตารางเมตรจากนั้นเอาไป x กับระดับความแตกต่าง ระดับความแตกต่าง – คือ ระดับความร้อน ในช่วง เวลากลางวัน และ กลางคืน ที่แตกต่างกัน โดยค่าของระดับความต่างแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภท คือ 
ห้องที่ใช้เฉพาะเวลากลางคืน มีความร้อนน้อย ระดับความต่างประมาณ 700  
ห้องที่ใช้ตอนกลางวันบ่อย ๆ มีอัตราความร้อนสูง ระดับความต่างประมาณ 800

BTUห้องนอนโดนแดดทำงานโดนแดด
9,0009-14ตรม9-12ตรม9-12ตรม9-10ตรม
12,00014-20ตรม14-18ตรม14-18ตรม14-16ตรม
15,00018-24ตรม18-22ตรม18-22ตรม16-20ตรม
18,00024-28ตรม24-26ตรม24-26ตรม22-24ตรม
25,00028-36ตรม28-34ตรม28-34ตรม24-32ตรม

Edit Table

ตัวอย่างการคำนวณง่าย ๆ คือ สมมุติว่าห้องนอนของคุณมีพื้นที่กว้าง 3 ม. ยาว 5 ม. ใช้แอร์ตอนกลางวันเป็นประจำ เมื่อแทนสูตรก็จะได้ (3 x 5) x 800 = 12,000 นั่นหมายความว่าห้องนอนของคุณควรใช้แอร์ที่ระดับ 12,000 BTU

คำนวณโดยใช้สูตรพื้นที่ห้อง
BTU = [กว้าง(เมตร) x ยาว(เมตร)] x ตัวแปร
ตัวแปร
700 สำหรับห้องนอนปกติ
800 สำหรับห้องนอนโดนแดด
800 สำหรับห้องทำงาน ปกติ
900 สำหรับห้องทำงาน โดนแดด
950 – 1,100 สำหรับร้านอาหาร ร้านทำผม มินิมาร์ท ร้านค้า สำนักงาน
1,000 – 1,200 สำหรับร้านอาหาร ร้านทำผม มินิมาร์ท ร้านค้า สำนักงาน
1,100 – 1,500 ห้องประชุม ห้องสัมมนา ร้านอาหารสุกี้/ชาบู/ปิ้งย่างที่มีหม้อต้มหรือเตาความร้อนสูง
หรือห้องที่มีจำนวนคนต่อพื้นที่เยอะกว่าปกติหลายเท่า
ตัวอย่างการคำนวณ
ห้องนอนไม่ค่อยโดดแดด กว้าง 6 เมตร, ยาว 5 เมตร
BTU = [6 เมตร x 5 เมตร] x 700
= 30 ตารางเมตร x 700
= 21,000 => 24,000